Jackie's profileJackie NeVeR mEt A gIrl ...PhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    January 07

    เมื่อลูกพระเกี้ยวเลี้ยวไปแบก"ธรรมจักร"

            ในพระพุทธศาสนาของเรานั้นประกอบด้วยสัญลักษณ์ต่าง ๆ อยู่มากมาย ซึ่งหลายคนอาจยังไม่เคยทราบ  การนำข้อมูลพระพุทธศาสนามานำเสนอครั้งนี้ ข้าพเจ้าเองก็อยากจะให้ทุกท่านได้รับทราบถึงความหมายของสัญลักษณ์หลักในศาสนาของเรานั่นก็คือ วงล้อแห่งชีวิต หรือ พระธรรมจักร (Dharmachakra ; Wheel of Dhamma) เป็นสัญลักษณ์แทนวัฏจักรเวียนว่ายตายเกิด หรือวงเวียนแห่งการ ประสูติ ตรัสรู้ และปรินิพาน ของพระพุทธองค์

        สัญลักษณ์นี้เรียกได้อีกอย่างว่า จักร หรือ จักรา โดยวงล้อแห่งชีวิตจะเรียกชื่อเฉพาะว่า ธรรมจักร ซึ่งหมายถึง วงล้อแห่งธรรม" หรือ "ฝ่าหลุน" และ "ฝ่าหลุนกง" ในภาษาจีนกลาง

            จักรคือธรรม,วงล้อธรรม หรืออาณาจักรธรรม หมายถึงเทศนากัณฑ์แรก ที่พระพุทธเจ้าแสดงแก่พระปัญจ
    วัคคีย์ นับตั้งแต่ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า ชื่อของปฐมเทศนา เรียกเต็มว่า ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร

             ธรรมจักร เป็นรูปวงล้อมี 8 ซี่บ้าง 12 ซี่บ้าง ถือเป็นสัญลักษณ์เริ่มแรกของพระพุทธศาสนา

            พระพุทธเจ้าทรงประกาศพระพุทธศาสนาครั้งแรก ด้วยการแสดงพระธรรมเทศนาชื่อ "ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร" หรือ "ธรรมจักรกัปปวัตตนสูตร" โปรดพระปัญจวัคคีย์

             นักปราชญ์ทางศาสนาจึงกำหนดธรรมจักรเป็นสัญลักษณ์ของวงล้อธรรมะ อันจะหมุนเคลื่อนตัวไปรอบแล้วรอบเล่า เพื่อจะให้เข้าถึงประชา หมู่สัตว์ทั่วๆ ไปดุจวงล้อของราชรถที่พระจักรพรรดิประทับเคลื่อนไป

    ตราธรรมจักรถ้ามี 4 กง อาจหมายถึง หลักอริยสัจ 4

    ตราธรรมจักรถ้ามี 8 กง อาจหมายถึง มรรคมีองค์ประกอบ 8 ประการ

    ตราธรรมจักรถ้ามี 16 กง อาจหมายถึง ญาณ 16 ในวิปัสสนากรรมฐาน

            กงในตราธรรมจักรอาจมีหลายกง สุดแต่จะกำหนดความหมายตามหลักธรรม
    ที่ผู้สร้างเลื่อมใสปฏิบัตินำมาย่อเข้าไว้

           แกนกลางแทนคำสอนซึ่งเป็นแก่นของการฝึกเพื่อนิพพาน

           ขอบที่เชื่อมซี่ของธรรมจักรไว้จะหมายถึงความสมถะ มั่นคงยึดถือทุกสิ่งไว้ด้วยกัน   

    December 02

    เพราะคำถามเป็นพื้นฐานของการคิด

              ...ทำไมคำถามถึงเป็นพื้นฐานของการคิด ถ้าไม่ถามเราจะไม่คิดงั้นเหรอ...
    อันนี้จะขอบอกนะว่า ไม่รู้...อ้าว - -"
    แหม ๆ ๆ
    ที่จริงอ่ะนะ ลองคิดตามกันเล่น ๆ ดู หากมีคำถามเกิดขึ้นกับเรา ไม่ว่าจะ
    ถามตัวเอง คนอื่นมาถาม ถามคนอื่น คนอื่นฝากมาถาม Blah Blah Blah...
    อย่างน้อยก็ทำให้เราได้คิด ถูกหรือไม่
    ดังนั้นที่กล่าวมานี้ก็พยายามที่จะลากทุก ๆ ท่านเข้าสู่เรื่องราวของศาสตร์อันลึกลับ สุดยอดเคล็ดวิชาที่ท่านอาจารย์อรรถพลพยายามฝึกฝนให้กับพวกเรา เอกสังคมศึกษา ชั้นปีที่ 3 (2549) ในชั้นเรียนวันที่ 28 พ.ย.2549
    คำถามมีทั้งหมด กี่ประเภทกัน เพื่อน ๆ เคยสงสัยหรือ ไม่ ?
    หากสงสัยแล้วเคยหาคำตอบกันบ้างหรือเปล่า ?
    คำถามมีอยู่ 4 ประเภท แน่ใจเหรอ ?
    อันแรกเค้าเรียกกันว่า
    คำถามชี้เฉพาะเจาะจง เชื่อได้มะ ที่บอกว่า ต้องเป็นที่ถามเกี่ยวกับพวก อะไร ที่ไหน เมื่อไหร่ ?
    คำถามเชิงกระบวนการ ที่เรียกว่าดูเป็นเรื่องเป็นราวมากกว่า พวกชี้เฉพาะ จะถามได้แค่ HOW & WHYแค่นั้นเหรอ ?
    ส่วนคำถามที่ต้องคิดให้ลึก ๆ ตีความเยอะ ๆ เช่นว่ามันจะส่งผลต่อ สิ่งอื่น ๆ ได้อย่างไรเค้าเรียกกันว่า
    คำถามเชิงวิเคราะห์ รึเปล่าน้า ?
    ส่วนคำถามที่สรุปยอดความคิดของพวเรา เค้าเรียกกันว่า คำถามเชิงประเมินค่า เชื่อได้มากแค่ไหนเนี่ย?
     
    เป็นไงกันบ้างเจอคำถามเค้าไปเยอะแยะขนาดนี้ ได้ลองคิดกันบ้างรึยัง ?
     
    สำหรับวันพฤหัสบดี ที่ 30 พ.ย.2549 ก็ไม่มีอารายมาก เพราะเราก็นั่งฟังเพื่อน ๆ รายงานหน้าชั้นเรียน
    เกี่ยวกับเรื่องการจัดสาระการเรียนรู้ แล้วในคาบนี้พวกเรายังได้ฝึกการจัดแผนการเรียนรู้ระยะยาวด้วย
    เช่น ในตลอด 1 เทอมพวกเราตั้งใจจะสอนเนื้อหาอะไรบ้างในระดับชั้นหนึ่ง ๆ เป็นต้น
     
    สำหรับสัปดาห์นี้ก็ต้องขอลาไปก่อน
    อย่าลืมนะครับว่า
    ...การคิด เป็นบ่อเกิดเเห่งปัญญา...
     
    คิดดีพูดดีทำดี
    เป็นศรีเป็นพรสูงสุด
    ไม่มีพรเทพพรมนุษย์
    เปรียบประดุจความดีที่ทำเอง
    (สมเด็จพระญาณสังวร สกลมหาปรินายก)
     
     
    November 26

    โปรเจค ปฐมบท

    ข้อมูลที่จะนำมาให้ศึกษานี้ก็จะเป็นเรื่องราวที่เกี่ยวกับพุทธประวัติ แต่ครั้นจะเอาลงเป็นภาษาไทยก็คงจะเป็นการดูถูกภูความรู้ของท่านผู้อ่านเกินไป สำหรับเนื้อหาคร่าว ๆ ทุก ๆ ท่านก็น่าจะทราบกันอยู่แล้ว ดังนั้นครั้งนี้ก็จะนำเสนอเป็นภาษาอังกฤษ เพื่อให้เกิดการบูรณาการ ที่ดี ดังต่อไปนี้
    Siddhartha Gautama, known as the Buddha, was born in the sixth century B.C. in what is now modern Nepal. His father, Suddhodana, was the ruler of the Sakya people and Siddhartha grew up living the extravagant life of a young prince. According to custom, he married at the young age of sixteen to a girl named Yasodhara. His father had ordered that he live a life of total seclusion, but one day Siddhartha ventured out into the world and was confronted with the reality of the inevitable suffering of life. The next day, at the age of twenty-nine, he left his kingdom and newborn son to lead an ascetic life and determine a way to relieve universal suffering.

    For six years, Siddhartha submitted himself to rigorous ascetic practices, studying and following different methods of meditation with various religious teachers. But he was never fully satisfied. One day, however, he was offered a bowl of rice from a young girl and he accepted it. In that moment, he realised that physical austerities were not the means to achieve liberation. From then on, he encouraged people to follow a path of balance rather than extremism. He called this The Middle Way.

    That night Siddhartha sat under the Bodhi tree, and meditated until dawn. He purified his mind of all defilements and attained enlightenment at the age of thirty-five, thus earning the title Buddha, or "Enlightened One". For the remainder of his eighty years, the Buddha preached the Dharma in an effort to help other sentient beings reach enlightenment.

    เป็นยังไงกันบ้างครับ ซึ้งรสพระธรรมกันหรือยัง

    ถ้ายังไม่จุใจเดี๋ยวครั้งหน้าจะนำมาอัพให้อีกก็แล้วกันนะครับ

    หลักการ

              หลักการ,วัตถุประสงค์ : โครงการ "พุทธโปรเจค"
    โครงการนี้มาจากความกระหายใคร่รู้ โดยส่วนตัว
    ที่มาทั้งจากความเลื่อมใสอย่างสุดโต่ง ในพระพุทธศาสนา และต้องการชี้ชวนให้ผู้อื่นเห็นงามกับพุทธดำริ
    ขององค์พระสมณโคดม ที่เป็นศาสนาเเห่งปัญญา ทั้งนี้ทั้งนั้นโครงการนี้จะรวบรวมเอาพุทธประวัติขนาดย่อม ๆ
    มาเกริ่นและนำเอาความคิดเห็นของชาวโลกที่มีต่อพระพุทธศาสนามาเผยแพร่
     เพื่อให้ท่านผู้อ่านทั้งหลาย
    ได้ตระหนักถึงคุณค่าและความสำคัญ ซึ่งก็จะทำให้ผมได้เป็นส่วนหนึ่งในการเผยแพร่พระเกียรติคุณของพระพุทธองค์ ให้ขจรขจายไปทั่วทุกกโรทวีป (เว่อไปรึป่าว)
    โดยเมื่อข้อมูลทุกอย่างถูกรวบรวมและวิเคราะห์กระทั่งออกมาเป็นใบความรู้
    ผู้อ่านก็จะได้เห็นทัศนคติที่สังคมโลกมองพระพุทธศาสนา จากนั้นก็จะให้ผู้ศึกษาใบความรู้นั้นได้ลองวิเคราะห์ ตีความและสามารถเชื่อถือข้อมูลต่าง ๆ เหล่านั้นได้มากน้อยเพียงใด ตามหลัก กาลามสูตร 10 ซึ่งจะช่วยให้เกิดการเรียนรู้ที่ผ่านกระบวนการวิเคราะห์และสังเคราะห์ข้อมูลอย่างแท้จริง
    ***ท้ายที่สุดนี้ ขออำนาจคุณพระศรีฯ และสิ่งศักสิทธิ์ ผู้มีฤทธานุภาพ จงดลบันดาลให้โลกสงบสุขด้วยเทอญ***
    .....สาธู๊.....
    November 24

    <*iiix< วันที่ฉันสาย...

              สิ่งที่อยากจะบอกต่อก็คือการตั้งปณิธานไว้ว่าจะต้องเข้าเรียนให้ทันในทุก ๆ วิชา เพราะที่ผ่านมาทำให้ตัวเองเป็นคนที่แย่ในสายตาของใครหลาย ๆ คนพอสมควร จริง ๆ ตั้งใจว่าอาทิตย์นี้(20-26 พฤศจิกายน 2549)จะต้องมาให้ทัน 8 โมงเช้าทุกวัน ก็ทำได้เพียงแค่ 3 วันคือ จันทร์ถึงพุธ ส่วนวันพฤหัสฯพลาด วันศุกร์ก็ไม่นับเพราะเรียน 11 โมงอ่ะ
              สัปดาห์นี้เรียนรู้อะไรมาบ้างอ่ะเหรอ เอาจริง ๆ ป่ะ เยอะนะ จำไม่ค่อยได้หรอก ที่แน่ ๆ วันจันทร์ฟังเพื่อน ๆ รายงานในวิชา Man&En คาบนี้ได้ความรู้เยอะนะ เช่นเรื่องวัฏจักรฟอสฟอรัส วัฏจักรน้ำ วัฏจักรไนโตรเจน และวัฏจักรคาร์บอน สิ่งเหล่านี้ทำให้นึกถึงเมื่อตอนเรียน ม.ต้น ได้รื้อฟื้นเรื่องใกล้ตัวที่ได้จางหายไปกับกาลเวลา ดีใจที่ได้นำความทรงจำออกมาใช้อีกครั้ง ส่วนวิชา English for future career นั้น ก็ได้รู้วิธีการกรอกใบสมัครเรียนต่อมหาวิทยาลัยในอเมริกา ตามติดมาด้วยการสั่งงานโดยให้ไปกรอกใบสมัครเรียนต่อมาให้ตรงเป๊ะตามองค์ความรู้ที่ได้รับไป
              วันอังคารวันนี้เรียนเต็มวันเลย โอ๊ยเหนื่อยมาก ๆ นอนก็น้อย ต้องมานั่งเรียนทั้งวันอีก เอ่อ!! จะบ่นเพื่อ!!!
    เช้านี้เรียนวิชาการออกเเบบฯ ประเดิมด้วยเรื่องการบูรณาการ ซึ่งไม่ค่อยจะบูรณาการซักเท่าไหร่ จริง ๆ แล้วการที่อาจารย์ให้พวกเราจดใส่กระดาษ แล้วให้ส่งเพื่อที่ อาจารย์จะได้เช็คชื่อนั้นไม่ค่อยจะเกิดประโยชน์เท่าไหร่ ที่ส่งไปไม่รู้จะได้คืนป่าว แล้วตอนสอบจะอ่านอารายเนี่ย สรุปก็ ไม่มีไรในหัวเลยอุตส่าห์เสียเวลาเรียนไปตั้ง 2 ชั่วโมง คาบต่อมาเรียนวิธีวิทยาการสอนภาษาไทย อ.พรทิพย์ ถามเลยว่าเรียนไรมาในวิชาออกแบบฯ อึ้ง!!สิครับ อึ้งกันทั้งห้อง ตอบได้แต่บูรณาการ มีอารายบ้างก็ไม่รู้ ส่งไปหมดแล้ว อาจารย์ก็เลยมาสอนทวนให้ใหม่เข้าใจขึ้นอีกนิด ตอนบ่ายเรียนวิชาการอ่านและเขียนคำประพันธ์ คาบนี้ก็ต้องมาลับสมอง เพื่อน ๆ ลองทายสิครับว่า อาจารย์จะให้เขียน ร้อยแก้ว 8 บรรทัด ในหัวข้ออะไร ดังต่อไปนี้ อวกาศ งานวันแม่ ดาวอังคาร โรงอาหารคณะครุฯ ตอบครับนับ 1...2... 3.... คำตอบของคุณ ถถถถถถถถถ..... ผิดคร้าบบบบ...ไม่ใช่หัวข้อพวกนั้นหรอก ที่จริงก็คือ หัวข้อ Recycle Bin ต่างหาก ได้สดับดั่งนั้นพระก็สิ้นสติสัมปดี ลมจับกันทั้งห้อง อารายจะยากขนาดนั้น แต่ยังไงก็ต้องทำ ส่วนมโนทัศน์ที่แจ็คได้วางไว้สำหรับเรื่องนี้ก็คือเปรียบ รีไซเคิล บิน เป็นของใกล้ตัวที่ไม่ควรมองข้าม สิ่งที่อยู่ใกล้ตัวเรา บางครั้งเราอาจจะมองว่ามันไม่มีค่า ต่อเมื่อเวลาที่เราต้องใช้มัน...นั่นแหล่ะคือคุณค่าในตัวมันล่ะ
              วันพุธวันนี้เรียนวิชาการอ่านและการตีความฯเป็นวิชาแรกกับ อ.ไขสิริ มีควิซตอนเช้านิดหน่อยแต่ก็ยากอยู่ คือให้เปรียบเทียบความหมายปัจจุบันกับความหมายที่ให้ในบทละครนอกเรื่องสังข์ทอง ดังนี้ หอยสังข์ เสี่ยงพวงมาลัย รูปเงาะ นางยักษ์พันธุรัตน์ รุกขเทวดา ทั้งหมดนี้ก็ทำให้ได้ทราบว่าการเปรียบการมองอะไรก็ต้องมองให้ลึก ๆ มองหลาย ๆ มุม และการเรียนเรื่องนี้ยังทำให้เรารู้ว่าภาษาในวรรณคดีมีอิทธิพลกับสังคมมากแค่ไหน วิชาต่อมาเรียนคติชน ก็ได้แนวคิดมาว่ามันคือทุกสิ่งทุกอย่างตั้งแต่เกิดจนตายอย่างแท้จริง
              วันพฤหัสฯ วิธีฯสอนฯไทย ให้ตัวอย่างบทประพันธ์มาแล้วมาจัดหลักสูตรการสอนว่าใช้กับเรื่องไหนได้บ้าง อันนี้ไว้ฝึกความสามารถในการจัดการหลักสูตร สาระ ต่าง ๆ และในวิชาต่อมาได้ออกไปนำเสนอโครงงานวิจัยซึ่งได้THEMEที่ต้องศึกษาข้อดี ข้อเสียว่า WORK&TRAVEL เป็นโครงการอย่างไร ผ่านฉลุย การนำเสนอครั้งนี้เป็นที่พอใจของบรรดาผู้ฟัง และอาจารย์ นอกจากนี้โครงการของเรายังได้รับการอนุมัติให้ดำเนินงานได้จริง โหหหห โล่งอก นึกว่าต้องคิดโครงการใหม่ซะแล่ววววว แล้วจากเที่ยงวันก็ว่างไปจนถึง 16.00 น. โอย...ทำไรดี ๆ  เข้าห้องสมุดสิครับ ( ผมเป็นคนใหม่แล้วนะ ) หาหนังสือ วันนี้ได้หนังสือเรื่อง 99 Tips for Better English Grammar ถือว่าเป็นหนังสือที่ดี สอนหลักและวิธีในการคิด ไปลองหาอ่านดู นะครับ ณ หอสมุดกลาง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ISBN 428.24 จ 662 ก กระทั่งเวลา 16.00น.ก็ต้องมาเรียนวิธีฯสอนฯสังคมต่อ วันนี้ได้รู้เรื่องราวของการบูรณาการอย่างแท้จริงโดยการแจกเอกสารที่เป็นเรื่องเป็นราว เอกสารนี้ได้รับการอนุเคราะห์จาก
    อ.อรรถพล คนโก้ อีกแล้วครับท่านเยี่ยมจริง ๆ
              วันศุกร์ วันนี้นี่เอง โหยเเทบไม่มีกะจิตกะใจตื่นมาเรียนคิดดูสิคับพี่น้อง เรียนคาบเดียว 1 ชั่วโมง 11-12 น. โห ตอนลงทะเบียนเห็นตารางเวลาเเทบช็อก!! เรียน Eng.Fut.Car. ถ้าไม่ติดว่าเป็นวิชาที่ได้สาระมาก ไม่มาแล้วนะครับ นี่ก็รักดีซะเหลือเกิน การเรียนวิชานี้เหมือนเปิดโลกกว้าง กระตุ้นต่อมอยากทำงาน จะได้สมัคร ๆ ให้มันเสร็จ ๆ ซักกะที กรอกมาหลายบริษัทแล้ว แต่ก็เป็นแบบ ฉ.เล็ก ๆ ถ้าชีวิตจริงนะ กระอักแน่ ๆ เลย Jackie ตอนนี้มีไรถาม จารย์ ได้ก็ถามก่อน เก็บไว้มาก ๆ วันนึงสมองเราก็จะโตเอง 555+ สู้เค้า ๆ  วันนี้กลับบ้านตอน 16.30 น. รอรถนานมาก ประมาณ 15 นาที จากนั้นก็นั่งจาก หน้า จุฬาฯมา
    ม.เกษตร มาถึงเกษตรแป๊บเดียว ตอน 19.00 น. โหนิมิตเห็นแท่นบัณฑุกัมพลของพระอินทร์ 3 รอบยังไม่ถึงปกติเต็มที่ก็แค่ชั่วโมง ครึ่ง แต่ก็สนุกที่ได้เห็นชีวิตผู้คน ไม่คิดมากหรอกครับ ถ้าไม่รีบจริง ๆ  มาถึงบ้านก็มานั่ง Up Blog นี่อ่ะ สำหรับวันนี้ขอตัวไปอ่านหนังสือก่อนนะครับ (พูดให้ฟังดูดี)
     
    November 19

    การเกิดขึ้นของข้อมูล

              หลังจากที่ปิดภาคเรียนมาเกือบหนึ่งเดือนเต็ม ๆ Jackie ไม่รู้สึกว่าตัวเองจะใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์เลย ทั้ง ๆ ที่ก็มีความตั้งใจที่อยากจะทำอะไรหลาย ๆ อย่าง ก็ด้วยความเหนื่อยล้าที่สะสมมาตั้งแต่ก่อนปิดภาคเรียนจึงทำให้รู้สึกว่าเวลาช่วงที่ปิดไปหนั้น มันช่างผ่านไปอย่างรวดเร็วซะเหลือเกิน
              พอเปิดเรียนมาข้อมูลต่าง ๆ ก็ล้วนถูกบรรจุเข้ามอยู่ในหัวอีกครั้ง แต่ในเทอมนี้ Jackie มีความตั้งใจที่จะปรับปรุงตัวเองหลาย ๆ อย่างไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเข้าเรียนที่แต่เดิมเป็นคนชอบเข้าเรียนสายหรือไม่ก็ไม่เข้าเลย ในตอนนี้เปิดเรียนไปแล้ว 3 สัปดาห์ Jackie สามารถมาเรียนทันเวลาประมาณ 70% ซึ่งเป็นนิมิตหมายอันดี ตรงจุดนี้หวังว่า สังคมคงยอมให้อภัยแก่ผู้ที่คิดจะปรับปรุงตัว
              ในเรื่องของความเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นกับตัวของผมนั้นก็ยังคงมีให้เห็นก็คือ ถ้าว่างเมื่อไหร่ก็จะตรงเข้าสู่ห้องสมุดทันที ด้วยความตั้งใจที่ว่าจะต้องเป็นคนที่สามารถใช้เวลาให้เกิดประโยชน์ได้อย่างจริง ๆ จัง ๆ เสียที ถึงแม้จะรู้ตัวเองดีว่าจับหนังสือทีไรก็จะต้องหลับไปซะทุกที แต่คราวนี้เราจะต้องต่อสู้กับมันอย่างจริง ๆ แม้ในช่วงนี้เวลาอ่านก็จะมีหลับบ้าง ง่วงบ้าง แต่ก็ยังดี กว่าเอาเวลาไปเดินเล่นเตร็ดเตร่ เม้ากะชาวบ้านไปวัน ๆ เพราะทุกวันนี้เวลาช่างเดินเร็วเสียนี่กระไร เเป๊บ ๆ วัน แป๊บ ๆ สัปดาห์ ฉะนั้น เราก็ต้องทำตัวเเข่งกับเวลา ทุก ๆ คน มีต้นทุน คือเวลา ที่เท่ากันในแต่ละวัน แต่ใครล่ะจะสามารถสร้างประโยชน์จากต้นทุนที่ตัวเองมีอยู่ได้มากที่สุด ฉะนั้นนี่ก็เป็นอีกแรงบันดาลใจให้ต้องปฏิวัติ
              ตอนนี้ก็พยายามอย่างมากที่จะปรับตัวด้วยเหตุผล ต่าง ๆ ตัวเองยังรู้สึกเลยว่าตัวเองเปลี่ยนไปมากแค่ไหน ไม่รู้สิ มันรู้สึกเหนื่อยยังไงบอกไม่ถูก อีกอย่างช่วงนี้พยายามที่จะเป็นมังสวิรัติมากขึ้น คือพยายามจะกินทุกครังที่มีโอกาสถ้าเลี่ยงได้ก็จะเลี่ยงเนื้อสัตว์ ไม่ทราบว่าเป็นอะไร เห็นแล้วรู้สึกกินไม่ลง อาจเป็นเพราะเป็นคนขี้สงสาร เห็นแล้วรู้สึกสังเวช บางทีอาจเป็นเพราะการที่เราอ่านหนังสือพระมากเกินไป รู้เยอะเกินไป เลยทำให้มีจิตใจที่อ่อนโยนเป็นพิเศษ ธัมมะ ธัมโม มากขึ้น บางทีก็รู้สึกว่าตัวเองเป็นคนไม่เด็ดเดี่ยวแล้วก็ใจไม่แข็งพอ แต่ก็อย่ามาทำให้โกรธแล้วกัน ถ้าโกรธแล้วจะทำไมน่ะเหรอ ... ฮึ่... ก็ไม่ทำไม ไม่ทำอะไร ร้องไห้มั้ง แป่ววววว
              เปิดเทอมมาก็ล่วงมา 3 สัปดาห์แล้ว ได้อะไรบ้างนะเหรอ...ยังไม่เยอะ เท่าไหร่ ก็มีที่ทราบก็ เช่น
     
    +++พิจิตร เป็นจังหวัดที่ขึ้นชื่อเรื่อง ลิเก+++
    +++การจะสมัครงานเดี๋ยวนี้เค้าดูโหงวเฮ้งกันด้วยนะ+++
    +++หลักสูตรการเรียนการสอนสมัยใหม่ ให้อิสระแก่โรงเรียนในการออกแบบตำรา+++
     
              นี่ก็เป็นเพียงรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ยกมาเป็นตัวอย่าง ต่อ ๆ ไปก็จะมีเรื่องที่ค่อนข้างจะมีความรู้ที่มันดูจะละเอียดกว่านี้เพิ่มเติมเข้ามาอย่างแน่นอน ช่วงนี้ก็พยายามฝึกเขียน Blog ให้เก่งขึ้น เพื่อจะได้มีสิ่งที่น่าสนใจและดูดึงดูดสายตา แต่ก็ไม่รู้ว่าจะสามารถทำได้สวยแค่ไหน นะคับ
              ป.ล.เทอมนี้ได้ซื้อ organizer มาใช้เพื่อเตือนความจำและวางแผนงาน แล้วก็อะไรต่าง ๆ มากมาย เเละนี่ก็จะเป็นอีกนิมิตหมายที่ดี โดย organizer เล่มนี้จะเป็นเครื่องช่วยกระตุ้นและทำให้เรามองเห็นความสำเร็จที่จะรออยู่ปลายทาง
     
    November 17

    one day in that class

              การทำ Blog ครั้งใหม่ของ Jackie สืบเนื่องมาจากเหตุผลด้านการบูรณาการ การศึกษาสังคมให้เข้ากับสภาพปัจจุบันซึ่งค่อนข้างเกี่ยวข้องกับ Technology and Digital ตลอดเวลา ดังนั้นเพื่อการกระตุ้นให้นิสิตได้ตื่นตัวรับทันวิวัฒนาการ ต่าง ๆ ที่ถาโถม ประเดประดัง เข้าสาดเข้าใส่ จึงมีพระบัญชา จากท่านอาจารย์อรรถพล อนันตวรสกุล ให้พวกเราชาว SOCIAL นำความรู้ต่าง ๆ ที่ได้มาในแต่ละวัน Up ผ่าน Blog ของแต่ละคน เพื่อเป็นประโยชน์แก่ผู้ที่ตั้งใจเข้ามาหรือบังเอิญผ่านมา ได้รับทราบข้อมูลจากการศึกษาของ Jackie ในรายวิชาต่าง ๆ 
              ด้วยเหตุผลที่กล่าวมานี้ จึงจำเป็นให้ต้องมีการ Up Blog อยู่บ่อย ๆ  ฉะนั้น Jackie ก็ขอรับรองได้ว่า การทำ Blog ครั้งใหม่นี้ ทุก ๆ ท่าน จะได้รับทราบข้อมูลที่ อัพเดท อยู่ตลอดเวลา แล้วพบกับรายละเอียด อื่น ๆ ต่อไป ครับ++
    Jackie ^^